ปล่องดูดควัน

ปล่องดูดควัน กับเคล็ดลับการดูแลให้ใช้งานได้ยาวนาน

ปล่องดูดควันปล่องดูดควัน เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยกำจัดกลิ่น ควัน  และ คราบน้ำมันจากการทำอาหาร โดยเฉพาะในครัวไทยที่มักมีการปรุงอาหารที่มีกลิ่นแรง การดูแล ปล่องดูดควัน อย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยให้ประสิทธิภาพของการดูดควันดีเหมือนใหม่ มาดูกันว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้ ปล่องดูดควัน ของคุณใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน

1. ทำความสะอาดแผ่นกรอง ปล่องดูดควัน อย่างสม่ำเสมอ

  • แผ่นกรองน้ำมันของ ปล่องดูดควัน (Grease Filter):
    ควรล้างทำความสะอาดทุก 1-2 เดือน เพราะแผ่นกรองน้ำมันมักสะสมคราบไขมันที่อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ ปล่องดูดควันลดลง

    • วิธีทำความสะอาด: แช่แผ่นกรองในน้ำร้อนผสมกับน้ำยาล้างจาน  หรือ น้ำส้มสายชู จากนั้นใช้แปรงขัดเบาๆ
  • แผ่นกรองถ่านคาร์บอน (Carbon Filter):
    ควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) เพื่อให้สามารถดูดซับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2. ทำความสะอาดตัวปล่องดูดควัน

  • เช็ดตัวปล่องดูดควันด้วยผ้าชุบน้ำผสมสบู่ หรือ น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้แปรง หรือ วัสดุแข็งที่อาจทำให้พื้นผิวของปล่องเกิดรอย
  • ตรวจสอบว่ามอเตอร์ทำงานได้อย่างปกติ  และ ไม่มีเสียงดังผิดปกติ
  • ตรวจสอบสายไฟ และ การเชื่อมต่อเพื่อความปลอดภัย หากพบปัญหา ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมแซม

 

4. เลือกน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม

  • ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัย และ ไม่ทำลายพื้นผิวของปล่องดูดควัน โดยเฉพาะปล่องที่ทำจากสแตนเลส หรือ กระจก

 

5. เปิดปล่องดูดควันทุกครั้งที่ทำอาหาร

  • เปิดปล่องดูดควันตั้งแต่เริ่มทำอาหาร และ ปิดหลังจากทำอาหารเสร็จประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้ระบบดูดควันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

6. หลีกเลี่ยงการสะสมของไขมันในท่อระบายอากาศ

  • ควรตรวจสอบท่อระบายอากาศอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของไขมัน และ เศษอาหารที่อาจทำให้ระบบอุดตัน

 

7. ใช้ความแรงของพัดลมอย่างเหมาะสม

  • หากปรุงอาหารเบาๆ เช่น ต้ม นึ่ง ใช้ระดับความแรงต่ำ
  • หากทำอาหารที่ก่อควันมาก เช่น ผัด หรือ ทอด ควรปรับความแรงสูงสุด เพื่อให้ระบบระบายควันได้ทันที
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปล่องดูดควันติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม มีระยะห่างจากเตาแก๊สประมาณ 60-75 ซม. เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

 

9. เรียกช่างมาตรวจสอบเป็นประจำ

  • ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบของปล่องดูดควันอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และ ยืดอายุการใช้งาน

การดูแลปล่องดูดควันไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หากทำเป็นประจำ และ ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้อง คุณจะสามารถยืดอายุการใช้งานของปล่องดูดควัน พร้อมรักษาประสิทธิภาพในการดูดกลิ่น และ ควันได้อย่างยาวนาน

การดูแลปล่องดูดควัน: ดูแลด้วยตัวเอง vs ใช้บริการมืออาชีพ แตกต่างกันอย่างไร?

การดูแลปล่องดูดควันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาประสิทธิภาพ และ ยืดอายุการใช้งาน โดยคุณสามารถเลือกดูแลเอง หรือ ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งสองวิธีมีข้อดี และ ข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เรามาดูกันว่าทั้งสองวิธีนี้เหมาะกับใครบ้าง และ แตกต่างกันอย่างไร

 

1. การดูแลปล่องดูดควันด้วยตัวเอง

ข้อดี:

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย: ไม่ต้องเสียเงินจ้างช่าง หรือ บริการมืออาชีพ
  • ดูแลอย่างสม่ำเสมอ: คุณสามารถทำความสะอาด และ ตรวจสอบปล่องดูดควันได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
  • เรียนรู้การใช้งาน: การดูแลเองทำให้คุณเข้าใจโครงสร้าง และ การทำงานของปล่องดูดควันมากขึ้น

ข้อจำกัด:

  • ต้องใช้เวลา: การทำความสะอาดแผ่นกรอง และ ตัวปล่องอาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะถ้ามีคราบน้ำมันสะสม
  • ข้อจำกัดด้านทักษะ: หากมีปัญหาเกี่ยวกับมอเตอร์ หรือ ท่อระบาย คุณอาจไม่มีความรู้เพียงพอในการแก้ไข
  • อุปกรณ์ไม่ครบ: การดูแลเองอาจขาดอุปกรณ์เฉพาะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

เหมาะสำหรับ:
ผู้ที่มีเวลา และ ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงการดูแลขั้นพื้นฐาน เช่น การล้างแผ่นกรอง และ เช็ดทำความสะอาดตัวปล่อง

 

2. การใช้บริการจากมืออาชีพ

ข้อดี:

  • ประสิทธิภาพสูง: ผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ และ อุปกรณ์เฉพาะสำหรับการทำความสะอาดที่ลึก และ ครอบคลุม
  • ตรวจสอบระบบการทำงาน: ช่างมืออาชีพสามารถตรวจสอบมอเตอร์ ท่อระบาย  และ ส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันที
  • ลดความเสี่ยง: การทำความสะอาดปล่องดูดควันที่มีปัญหา เช่น ท่ออุดตัน หรือ มอเตอร์เสีย อาจเป็นงานที่ซับซ้อน การใช้มืออาชีพช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหาย

ข้อจำกัด:

  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่า: การจ้างช่าง หรือ บริการทำความสะอาดอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และ ระดับการทำความสะอาด
  • ต้องนัดหมายล่วงหน้า: การเรียกใช้บริการอาจต้องใช้เวลาในการนัดหมาย หรือ รอคิว

เหมาะสำหรับ:
ผู้ที่ต้องการการดูแลที่ลึกซึ้ง  หรือ ต้องการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด เช่น ท่ออุดตัน มอเตอร์เสีย  หรือ คราบน้ำมันสะสมในปริมาณมาก

 

การเปรียบเทียบระหว่างดูแลเอง และ ใช้มืออาชีพ

หัวข้อดูแลด้วยตัวเองใช้บริการมืออาชีพ
ค่าใช้จ่ายต่ำสูง
ความถี่ในการดูแลบ่อยได้ตามต้องการปีละ 1-2 ครั้ง
ความเชี่ยวชาญอาจจำกัดในบางกรณีช่างมีความเชี่ยวชาญ และ อุปกรณ์ครบ
ประสิทธิภาพการทำงานขึ้นอยู่กับความสามารถ และ เครื่องมือทำความสะอาดได้ลึก และ ครอบคลุม
เวลา และ ความสะดวกต้องใช้เวลาทำเองประหยัดเวลา แต่ต้องนัดหมายล่วงหน้า

 

สรุป

  • ดูแลเอง: เหมาะสำหรับการดูแลขั้นพื้นฐาน เช่น การทำความสะอาดแผ่นกรอง และ เช็ดปล่อง
  • มืออาชีพ: เหมาะสำหรับการดูแลที่ลึกซึ้ง การแก้ไขปัญหา  หรือ การทำความสะอาดครั้งใหญ่

หากคุณต้องการประหยัด และ สามารถดูแลเองได้ การดูแลด้วยตัวเองก็เพียงพอ แต่หากต้องการความมั่นใจในคุณภาพ และ ประสิทธิภาพของปล่องดูดควัน การใช้บริการมืออาชีพเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด!

 

รางน้ำต้องการการดูแล แล้วถ้าไม่ติดรางน้ำฝนไปเลยล่ะ?

รางน้ำฝนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยปกป้องบ้านจากปัญหาน้ำฝนที่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้าน หลายคนอาจสงสัยว่า “ถ้าไม่ติดรางน้ำฝนเลยจะเป็นอย่างไร?”  หรือ  “บ้านที่ไม่มีรางน้ำฝนจะมีข้อดี หรือ ข้อเสียอย่างไร?” มาดูคำตอบพร้อมกับข้อมูลที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการไม่ติดตั้งรางน้ำฝน

 

ข้อเสียของการไม่มีรางน้ำฝน

  1. น้ำฝนกระทบผนังบ้านโดยตรง
    • น้ำฝนที่ไหลจากหลังคาลงผนังโดยตรงจะทำให้เกิดคราบน้ำ รอยด่าง  และ การสะสมของเชื้อรา และ ตะไคร่น้ำ ทำให้บ้านดูเก่า และ สกปรกเร็ว
  2. ความเสียหายต่อฐานราก
    • น้ำฝนที่ไหลลงพื้นโดยไม่มีการควบคุม อาจซึมเข้าสู่ฐานรากของบ้าน ทำให้เกิดปัญหาดินทรุด หรือ ฐานบ้านแตกร้าวในระยะยาว
  3. ปัญหาน้ำขังรอบบ้าน
    • น้ำฝนที่สะสมรอบตัวบ้านอาจสร้างปัญหาน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีดินไม่สามารถซึมน้ำได้ดี
  4. การกัดเซาะดินรอบบ้าน
    • การไหลของน้ำฝนอย่างต่อเนื่องอาจกัดเซาะดินรอบบ้าน ทำให้เกิดร่องน้ำ หรือ ดินทรุด
  5. ลดอายุการใช้งานของบ้าน
    • คราบน้ำ และ ความชื้นที่สะสมในระยะยาวอาจทำให้โครงสร้างบ้านสึกกร่อนเร็วขึ้น

สถานการณ์ที่อาจไม่จำเป็นต้องติดรางน้ำฝน

การไม่มีรางน้ำฝนอาจเหมาะสำหรับบ้านบางประเภท หรือ ในบางสถานการณ์ แต่หากบ้านของคุณตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ฝนตกชุก หรือ มีโครงสร้างที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำฝนโดยตรง การไม่ติดตั้งรางน้ำฝนอาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อน และ ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาว

หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการดูแลรางน้ำฝน แต่ยังคงต้องการปกป้องบ้านจากน้ำฝน ทางเลือกอื่น เช่น การติดตั้งรางน้ำแบบซ่อน หรือ การออกแบบหลังคาให้ระบายน้ำได้ดี อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม และ ช่วยปกป้องบ้านของคุณได้

PKI ผลิต ติดตั้ง และจัดจำหน่าย

PKI เราเป็นโรงงานผลิต ปล่องดูดอากาศ ปล่องระบายอากาศ รวมไปถึงข้อต่อ และอุปกรณ์ส่วนควบครบทั้งระบบระบายอากาศ โดยเรายังเป็นซัพพลายเออร์ สต๊อคสินค้าเอง ทำให้ร่นระยะเวลา ตั้งแต่กระบวนการสั่งผลิต ไปจนติดตั้ง ส่งมอบงาน ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  รวมไปถึงทีมงานติดตั้งมืออาชีพ ที่รับหน้าที่ในการออกแบบ วางแผน และติดตั้งระบบระบายอากาศ โดยตรง ลดโอกาศรั่วของน้ำและอากาศ บริเวณรอยต่อ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี เราจึงได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของบ้าน อาคาร ไปถึงโรงงานต่างๆทั่วประเทศ ใช้เวลาในการลงหน้างานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยการรับประกัน ทั้งสินค้าและงานติดตั้ง การเซอร์วิส ดูแล ซ่อมแซมต่างๆครบวงจร

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆเกี่ยวกับ  ปล่องดูดอากาศ ปล่องระบายอากาศ ลูกหมุนระบายอากาศ ลูกหมุนดูดอากาศ ปล่องหมวกจีน รางน้ำสแตนเลส รางน้ำสังกะสี ระบบรางน้ำ ต่อเติมกันสาด หลังคาโรงจอดรถ ซ่อมแซมและต่อเติมบ้าน อาคาร

 

LINE Official Account :PKI (รางน้ำฝน)

เบอร์โทรติดต่อ 0818101135

Facebook : PKI เพิ่มกิจอุตสาหกรรม

Website : https://rangnamfon.com/

ติดต่อสอบถามออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม.

ติดต่อเรา